สายสัมพันธ์ในครอบครัวช่วยคุณได้ในแง่สุขภาพจิต

มีนักจิตวิทยาท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “การสื่อสารที่ดีที่สุดในครอบครัวนั้นต้องเริ่มต้นด้วยการที่คนในครอบครัวจะต้องหัดที่เป็นผู้ฟังที่ดีก่อนด้วย นั่นคือการมองไปที่คนพูด จะต้องไม่มีเสียงรบกวนขณะที่การฟังและการแสดงออกที่น่าสนใจ” เชื่อหรือไม่ว่าครอบครัวมีความสุขมากเมื่อหลายครอบครัวใช้แนวทางปฏิบัติทำนองนี้

สายสัมพันธ์ในครอบครัวช่วยคุณได้ในแง่สุขภาพจิต

สัปดาห์นี้เราเลยจะมาลองศึกษากับการสร้างเทคนิคสำคัญในการใช้ชีวิตครอบครัวเพื่อให้ “ครอบครัวมีความสุข” ซึ่งเป็นหนึ่งในความสุข 8 รูปแบบของทางนักจิตวิทยาที่ได้วิเคราะห์กันไว้ได้ในหลายครั้งด้วยกัน และเพื่อทำความเข้าใจการเชื่อมโยงของปัจจัยในการสร้างชีวิตในครอบครัวมันจะมุ่งเน้นการสร้างครอบครัวที่มีความสุขกับการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม

เพราะตัวคุณเองต้องรู้ดีที่สุดว่าเมื่อไหร่ที่คุณเจอเรื่องที่เป็นบ่อเกิดของความทุกข์ทรมาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งภายในครอบครัว หรือสำหรับเด็กก็อาจจะเจอปัญหาบางอย่างในโรงเรียน ยิ่งถ้าไม่มีโอกาสได้ปรึกษาพ่อแม่ที่ไม่ได้มีเวลาที่จะพูดคุยกับเด็ก หรือดันเป็นพ่อแม่ที่ชอบตำหนิ มีแต่ส่งผลให้สายสัมพันธ์ในครอบครัวง่อนแง่นอีกที่ไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสดใส แถมเต็มไปด้วยความวิตกกังวลในสถานการณ์แบบนั้นที่ไม่พร้อมที่จะทำอะไรร่วมกัน ส่งผลต่อการทำงานอีกด้วย หากสามารถจัดการกับปัญหาในครอบครัวของพวกเขาเป็นอย่างดีได้ คุณสามารถยืดและมีความสุขกับมันได้

ครอบครัวจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้ลองเข้าร่วมการสัมมนาที่เป็นประโยชน์ต่อทางการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก ซึ่งแน่นอนว่าพวกแคมเปญประเภท “ครอบครัวมีความสุข” มักจัดกันอยู่บ่อยๆ เพื่อให้สายสัมพันธ์ในครอบครัวนั้นเติบโตไปในทางที่ถูกต้อง วิธีที่ทางจิตแพทย์สามารถนำเอาไปใช้กับทุกคนในครอบครัว และในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือกับลูกน้องก็สามารถที่จะใช้วิธีการเดียวกันในครั้งนี้ได้ด้วย ดังนั้นลองมาดูกัน ว่าคุณสามารถนำไปประยุกต์ได้ดีมากน้อยแค่ไหน

แพทย์ได้เริ่มต้นการบรรยาย โดยเน้นไปที่มุมมองของคนที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ โดยมีการจำลองภาพว่า พวกเขาอยู่กันในบ้านไม้ แล้วต่อมาบ้านก็เริ่มทรุดโทรม วามสำคัญของครอบครัวจะได้ช่วยสร้างความแข็งแกร่งของบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญด้วย เพราะเหมือนบ้าน ถ้าเสาหลักของบ้านไม่ดีบ้านก็พัง ดังนั้นถ้าหากในครอบครัวไม่มีความสามัคคีต่อกันไว้ ครอบครัวก็สามารถพังได้เหมือนกันกับบ้าน ทางทีมแพทย์ได้กล่าวเพิ่มว่าในสังคมตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงเพราะหลายครอบครัวมีเวลาที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันน้อยมาก เปรียบเหมือนเสาบ้านที่ทรุดโทรมไป และเพื่อความแข็งแรงแพทย์ได้คาดการณ์ภาพสะท้อนให้เห็นสิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวคือการที่สมาชิกในครอบครัวก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มาร์ทโฟนกันทุกคนจนไมได้มีปฏิสัมพันธ์กันเลย นั่นแหละคือจุดที่ชัดเจน